Tag Archives: เอมพาธี

reconciliation รีคอนซิลิเอชัน คืออะไร ต่างกับ ปรองดอง อย่างไร

นิยาม ของ รีคอนซิลิเอชัน reconciliation 

1)โดยทั่วๆไปแล้ว คำนี้จะหมายถึง กระบวนการ Truth and Reconciliation ของสังคม

คือการที่รัฐอาจร่วมมือกับภาคสังคม ตั้งคณะทำงานขึ้นเพื่อ แสวงหาข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นในช่วงของภาวะความขัดแย้งระดับรุนแรงในอดีตของสังคม

-โดยมีการการรับฟังและปฏิสัมพันธ์กับผู้ที่ถูกกระทำหลายๆคนหลายๆภาคส่วนในเหตุการณ์นั้น

-มีการความจริงมาสื่อสารให้สังคม แก้ไขความเข้าใจของสังคมต่อเหตุการณ์เสียใหม่ตามข้อเท็จจริง  และเปิดให้มีการทำความเข้าใจทั้งผู้ที่ถูกกระทำและผู้กระทำทั้งสองฝ่ายหรือมากกว่า

-มีแสดงการยอมรับผิดอย่างเป็นทางการจากฝ่ายผู้มีอำนาจที่เป็นผู้กระทำ เพื่อสังคมจะได้เข้าใจและเรียนรู้ที่จะไม่สร้างสถานการณ์เดิมขึ้นอีก

-หาแนวทางช่วยเหลือชดเชย แก่เหยื่อที่ถูกกระทำ

-แสวงหาข้อเสนอสำหรับ ทรานสิชันแนล จัสติคซ์ Transitional justice ความยุติธรรม ระยะเปลี่ยนผ่าน

-ทำความเข้าใจปัจจัยที่เป็นตัวทำให้ความขัดแย้งทางความคิดในระดับปกติ(ซึ่งเป็นเรื่องธรรมชาติและจำเป็นต่อความก้าวหน้า)ขยายตัวเป็นความขัดแย้งระดับที่รุนแรงและสร้างความเสียหาย และเสนอแนวทางป้องกัน

-บอกเล่าเรื่องราวของผู้ถูกกระทำ เพื่อพรีเซนท์เขาในฐานะของเพื่อนมนุษย์  สร้าง เอมพาธี และทำลายกำแพงของความเกลียดชังที่เคยมี

หาแนวทางที่อาจเป็นข้อตกลงร่วมกันสำหรับทุกเพลเยอร์หลัก หรือแนวทางที่คาดว่าน่าจะไม่สร้างให้ปัญหาความขัดแย้งรุนแรงกลับมาเกิดอีก

ฯลฯ

ทั้งหมดนี้คือ รีคอนซิลิเอชัน  ในความหมายด้านสังคมและ โพลิติกส์

รีคอนซิลิเอชัน ปรองดอง reconciliation
wikipedia – reconciliation

2) คำนี้โดยความหมายดั้งเดิม หรือความหมายตามตัวอักษร หมายถึง

การกลับมาคืนดี ของฝ่ายที่ขัดแย้งกัน โดยยอมรับ คอมมอนกราวนด์ ข้อตกลงพื้นฐาน บางอย่างรวมกัน

แต่ในปัจจุบัน รีคอนซิลิเอชัน  ส่วนใหญ่ที่เห็นในสื่อภาษาอังกฤษและภาษาไทย คือ ความหมายแรก แต่หลายครั้งเมื่อเราใช้คำว่า ปรองดอง แทน แบบที่เราเห็น ได้บ่อยๆในสื่อไทย  ก็มีแนวโน้มที่จะถูกตีความเป็นความหมายนี้ เพราะไปตีความตามตัวอักษรในความเดิม

 

ตัวอย่างประโยค

รีคอนซิลิเอชัน ในปัจจุบันเราหมายถึง truth seeking and reconciliation program ของประเทศ โดยเคสที่นิยมยกมาเป็นตัวอย่างคือ กรณีของแอฟริกาใต้ ติมอร์ตะวันออก และ ชิลี หรืออาจหมายถึง เวอร์แกนเจนฮีทสบีวอลทิกัง  หรือ  การสร้างพับลิค ดีเบท เกี่ยวกับอดีตในยุคนาซีของเยอรมันที่ทำหลังสงครามโลกครั้งที่สอง

ปรองดอง vs reconciliation

reconciliation vs ปรองดอง

ปรองดองเป็นคำโบราณที่แทบจะไม่ใช้แล้วในปัจจุบันและแทบจะหาความหมายร่วมสมัยไม่ได้ก่อนหน้าที่มันจะถูกเอามาใช้แทน รีคอนซิลิเอชัน

ปรองดองมีนัยยะถึงการอยู่ด้วยกันอย่างรักใคร่กลมเกลียวในกลุ่มคนที่มีจำนวนไม่มาก  ซึ่งเป็นศัพท์ที่สะท้อนสภาพสังคมแบบโบราณที่ไม่มีความหลากหลายมากนัก เป็นสังคมที่มีแวลลู่ และ ไอดีโอโลจี ที่ไม่หลากหลาย และความขัดแย้งมีน้อยหรือถูกกดไว้ให้อยู่ใต้พรม

ที่เป็นอย่างนี้เพราะมันเป็นศัพท์เก่าที่เกิดในยุคก่อนความเป็นโมเดิร์น

สังเกตได้ว่า เราจะไม่ใช้คำว่ารักใคร่ปรองดองกับคนจำนวนมากมาก่อนหน้านี้ เราใช้คำว่า ครอบครัวหรือพี่น้องที่มีความปรองดอง เรา ไม่ใช้เทิร์มปรองดองกับความสัมพันธ์ในพับลิคสเปซ แต่ใช้กับความสัมพันธ์ที่เป็นโดเมสติค หรือคอร์ปอรัล เท่านั้น

และโดยทั่วไปมันมีความหมายว่า การแสดงออกว่า ดูเหมือนรักกันไม่ทะเลาะกัน และดูจะไม่สะท้อนสิ่งที่ รีคอนซิลิเอชัน ต้องการจะสื่อเท่าใดนัก

 

การออกเสียงในภาษาไทย

เรค คอน ซิ ลิ เอ ชั่น

เรค คอน ซิล เล ชั่น

ตัวเลือกอื่นในการสะกดทับศัพท์

เรคคอนซิลิเอชัน

รีคอนซิเลชัน

เรคคอนซิเลชัน

คำที่มีความหมายคล้ายกัน

เวอร์แกนเจนฮีทส์บีวอลทิกัง vergangenheitsbewältigung

https://en.wikipedia.org/wiki/Vergangenheitsbewältigung

 

ท่านสามารถเพิ่มเติมนิยามและความหมายเพื่อช่วยให้ ไทยชันนารีเป็น พจนานุกรมที่สมบูรณ์แบบ มากขึ้น

นิยามที่มีคุณภาพจะได้รับการเพิ่มลงในหน้านี้พร้อมเครดิตให้ท่าน

 

 

 

ซิมพาธี

ความรู้สึกเห็นใจและ/หรือต้องการจะช่วยคนอื่น โดยไม่จำเป็นต้องรู้สึกคล้ายหรือแบบเดียวกับเขา, ต่างจาก เอมพาธี; ซึ่งเป็นภาวะที่’อิน’กับความรู้สึกของคนอื่นเหมือนตัวเองไปอยู่ในสถานการณ์เดียวกันกับเขา.

มาจาก sympathy

ออกเสียงแบบไทย คนไทยนิยมออกเสียงว่า

ซิม-พา- ที่

ซิม – พา- ตี้

ตัวอย่างข้อความ

สิ่งที่ดูต่างกันระหว่างไอเดียเรื่องความเห็นอกเห็นใจแบบไทยๆกับแบบสากลคือ ความรู้สึกเชิงเหนือกว่าที่มีมากกว่าอย่างชัดเจนในความเห็นใจของสังคมไทย ถึงแม้ว่าเวลาที่แสดงความเห็นใจคนอื่นนั้นโดยธรรมชาติเราจะได้ความรู้สึกเหนือกว่าอยู่แล้ว แต่ถ้อยคำที่ใช้อย่างเช่นซิมพาธี หรือ เอมพาธี มีจุดโฟกัสที่ความรู้สึกอิน/ไม่อิน ความจำเพาะเจาะจงที่เกิดจากการจินตนาการ/ความรู้สึกกว้างๆในเชิงเอธิคส์มากกว่า  ในขณะที่คำไทยๆเกี่ยวกับประเด็นนี้ มีลักษณะ ซูพีเรียร์/อินฟีเรียร์  เหนือกว่าด้วยกว่า และมีนัยยะ ‘กด’ คนรับมากกว่า เช่น สงสาร เห็นใจ เมตตา กรุณา  ฯลฯ

ซึ่งอาจเป็นภาพสะท้อนของความสัมพันธ์แบบเน้นไฮราร์ชี่, คือเน้นการจัดลำดับขั้นสูงต่ำเชิงเปรียบเทียบก่อนในเวลาที่จะมีปฏิสัมพันธ์กับคนอื่น,ซึ่งเป็นภาพใหญ่ของสังคมไทย ซึ่งมันทำให้เรามองตัวเราว่าเหนือกว่าเวลาที่เราเห็นใจใคร

ซึ่งทำให้ในที่สุดแล้วในระดับปรากฎการณ์เชิงสังคม คนจำนวนหนึ่งอาจจะไม่สามารถยอมรับได้ที่คนที่มีภาพลักษณ์น่าเห็นอกเห็นใจน่าสงสารในสายตาพวกเขาออกมาแอสเซิร์ทในเรื่องเชิงโซเชียลอีควอลิทีในเซนส์ที่ว่าพวกเขาก็ควรได้รับมันเท่าๆกับคนกลุ่มแรก เพราะมันทำให้คนกลุ่มแรกรู้สึกสูญเสียสถานภาพเหนือกว่าไป อันนี้ก็เป็นด้านสีเทาๆของความเห็นใจในเซนส์แบบไทยๆ

 

 

เอมพาธี

ความสามารถที่จะจินตนาการว่าตัวเองเข้าไปอยู่ในสถานการณ์เดียวกันกับคนอื่น จินตนาการว่าเจอประสบการณ์เดียวกันกับคนอื่น ทำให้มีประสบการณ์ทางอารมณ์แบบเดียวกันกับเขาหรือใกล้เคียงกับเขา นำมาซึ่งความเข้าใจ ยอมรับ เรสเปคท์ และเปิดมุมมองให้กว้างกว่าเดิม

มาจาก empathy

ออกเสียงในภาษาไทย

เอ็ม พา ที่ / เอ็ม พา ตี้

ตัวอย่างข้อความที่ใช้คำนี้

มีนักคิดบางคนเสนอว่า  ลอจิคและเอมพาธี เป็นสิ่งที่ผลักดันให้เกิดซิวิไลเซชั่น  ลอจิคทำให้การปกครองด้วยความเชื่อที่อยู่บนรากฐานของความกลัวและความไม่เข้าใจในปรากฎการณ์ธรรมชาติค่อยๆถูก ทำให้หายไป  ในขณะเดียวกันเอมพาธีทำให้เราใช้ลอจิคไปในทิศทางที่โอบรับความหลากหลายทางสังคม ซึ่งเกิดจากการที่เราสามารถจินตนาการได้ถึงความเดือดร้อน ความฝัน และประสบการณ์ของคนอื่นที่เราเคยมองว่าเขาเคยเป็นคนนอก  เอ็มพาธี ทำให้เรามองเห็นพวกเขาเป็นมนุษย์เหมือนเรา  

ลอจิคกับเอ็มพาธีทำให้เราสร้างแนวคิดเรื่องฮิวแมนิที  หรือความรักความเห็นอกเห็นใจเพื่อนมนุษย์ทุกคนในฐานะที่เป็นมนุษย์โดยไม่เลือกปฏิบัติ ขึ้นมาได้  ลอจิคกับเอมพาธีทำให้เราขยับขยายแนวคิดเรื่องฮิวแมนิทีและหลักปฏิบัติเรื่องฮิวแมนไรท์ส ไปสู่กลุ่มที่เคยถูกลิดรอนสิ่งเหล่านี้ไปในอดีต ซึ่งเกิดจากการที่เรามองเห็นความไม่ต่อเนื่องหรืออินคอนซิสเทนซีของการแอพพลายแนวคิดเรื่องนี้ว่าตกหล่นไปกับคนบางกลุ่มซึ่งนี่เป็นบทบาทของลอจิค และการเข้าใจความยากลำบากของคนอื่นที่เกิดจากเอ็มพาธีซึ่งผลักดันให้เราเกิดความรู้สึกร่วมเกิดแพสชั่นในระดับสังคมที่จะต้องเปลี่ยนแปลงหรือขยายการปฏิบัติในเรื่องฮิวแมนไรท์สให้ครอบคลุมทุกๆคนให้มากขึ้น ซึ่งนี่คือบทบาทของลอจิคและเอมพาธี

แหล่งข้อมูลเพิ่มเติม

เอมพาธีกับการเปลี่ยนแปลงสังคม by school of changemaker