Tag Archives: ลิเบอรัลเดโมแครท

ลิเบอร์ที ลิเบอร์ตี (ซีวิล ลิเบอร์ที) liberty / civil liberties

นิยาม

collectively  defined  freedoms

society ‘s defined freedoms

นิยาม – ไทยเฟรนด์ลีเวอร์ชัน 

ฟรีดอมในสิ่งที่สังคมหนึ่งได้นิยามแล้วว่าต้องให้ทุกคนได้มี

อาจจะโดยตราไว้เป็น กม. หรือเป็นฉันทามติร่วมกันว่าประเด็นนี้คือสิ่งที่ทุกคนในสังคมต้องได้  โดยที่รัฐมีหน้าที่ต้องปกป้องไม่ให้ถูกละเมิด

นิยาม – สำหรับ ฟุทโน้ท 

1 . ฟรีดอมที่สังคมได้ร่วมกันนิยามว่าเป็นนอร์มที่จะต้องมีในฐานะ โซเชียล สแตนดาร์ด รวมถึงเป็นหลักการร่วมกันที่สเตทในฐานะของตัวแทนอำนาจของประชาชนจะต้องปกป้องให้กับ ซีวิลซิทิเซน ทุกคน

 

2. ฟรีดอม ที่สังคมกำหนดร่วมกันว่าเป็นสิ่งพื้นฐานสำคัญที่ทุกคนในสังคมต้องได้รับ  ในทางปฏิบัติมักมีการระบุเป็นถ้อยคำ, เช่น คำประกาศ ลอว์ หรือคอนสติติวชัน,และเป็นสิ่งที่รัฐต้องทำหน้าที่ในการป้องกันการละเมิดไม่ให้เกิดขึ้นหรือส่งเสริมให้สมาชิกทุกคนในสังคมได้รับ

 

การออกเสียงในภาษาไทย 

ซีวิ่ล ลิเบอตี้

ซี วิล ลิ เบอ ตี้ / ที่

สวิง โวเทอร์ swing voter

ความหมาย

ประชาชนกลุ่มที่ไม่ได้มีแนวโน้มจะเลือกพรรคใดพรรคหนึ่ง หรือไม่ได้มีจุดยืนทางการเมืองที่เอนเอียงไปในทางขวาหรือซ้ายในหลายๆเรื่องอย่างชัดเจน

การออกเสียงในภาษาไทย

สะ-วิง-โหวด-เต้อ

Freedom ฟรีดอม

ออกเสียง-ฟรีด้อม

ในเชิงปรัชญา: ฟรีดอม คือภาวะที่ปราศจากพันธะ ปราศจากข้อผูกมัด ปราศจากข้อกำหนดที่มีอำนาจในการควบคุม

ในเชิงโพลิทิก: ฟรีดอมหมายถึงภาวะทางสังคมที่ควรจะเป็นตามธรรมชาติ ที่มนุษย์ทุกคนจะไม่ถูกบังคับด้วยอำนาจจากภายนอก ทำให้มนุษย์ทุกคนในสังคม สามารถใช้ฟรีวิลในการเลือกและการตัดสินใจได้ด้วยตัวเอง

ฟรีดอมในทางปรัชญา:

มักหมายถึง แอบโซลูท-ฟรีดอม หริอบางกรณีหมายถึง อินเนอร์-ฟรีดอม ซึ่งทั้งสองอย่างนี้มีลักษณะไอดีลลิสติคมากกว่าฟรีดอมในความหมายเชิงสังคมและโพลิติกส์

ฟรีดอมในเชิงโพลิทิก: (เชิงสังคมและการบริหารจัดการอำนาจ ความชอบธรรม และ ทรัพยากรสำหรับสังคม)

ฟรีดอมหมายถึงภาวะทางสังคมที่ควรจะเป็นตามธรรมชาติ ที่มนุษย์ทุกคนจะไม่ถูกบังคับด้วยอำนาจจากภายนอก  ทำให้มนุษย์ทุกคนในสังคม  สามารถใช้ฟรีวิลในการเลือกและการตัดสินใจได้ด้วยตัวเอง

เมื่อมีความเชื่อว่าทุกคนได้รับฟรีดอมเหมือนกันในฐานะภาวะตามธรรมชาติ  จึงนำมาสู่ความคิดว่าทุกๆคนควรจะได้รับ,หรือมีอำนาจ, หรืออิสระที่ได้มาโดยธรรมชาติที่จะเลือกทำหรือไม่ทำ ,เอาหรือไม่เอา, เลือกที่จะเลือกหรือเลือกที่จะไม่เลือกในประเด็นใดใด  ทุกคนมีอำนาจสูงสุดที่จะตัดสินใจในเรื่องต่างๆโดยไม่มีอำนาจอื่นๆมาแทรกแซงได้

ฟรีดอมทางการเมืองเป็นมีนิยามที่เป็นไดนามิค, ซึ่งเปลี่ยนไปในรายละเอียดเมื่อเวลาผ่านๆไป, แต่หลักใหญ่ใจความก็ยังเหมือนเดิมมาตั้งแต่ศตวรรษที่18

เวลาเราพูดถึงฟรีด้อมที่สังคมนิยามร่วมกัน ตกลงร่วมกันว่าจะต้องคุ้มครองทุกคนให้มีฟรีดอมในเรื่องเหล่านี้ เรามักใช้คำว่าลิเบอร์ตี  หรือ ซีวิล-ลิเบอร์ตี. ซึ่งหมายถึง ฟรีดอมที่สังคมนิยามผ่านกระบวนการที่เป็นเดโมเครติคแล้วรับรองด้วยด้วยสถาบันทางสังคมเช่นเขียนไว้เป็นลอว์หรือคอนสติติวชัน

นิยามว่าอะไรบ้างคือฟรีดอมในโดเมนนั้นๆสามาถเพิ่มขึ้นเมื่อสังคมเปลี่ยนแปลงไป ในขณะเดียวกันถ้าพฤติกรรมอะไร ที่เคยได้รับการนิยามว่าเป็นฟรีดอมที่ต้องได้รับการคุ้มครอง แต่มาวันหนึ่ง, ถูกตั้งคำถามว่ามีลักษณะละเมิดหรือสร้างความเสียหายแก่ไรท์หรือฟรีด้อมในประเด็นอื่นของใครก็ตาม. พฤติกรรมนั้นอาจจะนำมาสู่ข้อพิจารณาของสังคมและบางครั้งอาจนำไปสู่การนิยามว่าพฤติกรรมนั้นไม่ได้รับการคุ้มครองในฐานะที่เป็นซีวิลลิเบอร์ตี้อีกต่อไป.  แต่การจำกัดนั้นจะทำต่อเมื่อพิสูจน์ได้ว่าพฤติกรรมนั้นละเมิดต่อ ไรท์และลิเบอรตีในเรื่องอื่นแล้วเท่านั้น

เนื่องจากไอเดียของฟรีดอมคือภาวะตามธรรมชาติ ไม่ใช่สิ่งที่สังคมสร้างขึ้นเพราะฉะนั้นนิยามของฟรีดอมจึงมีลักษณะกว้างๆว่ามีฟรีดอมในโดเมนอะไรบ้างแล้วเจาะจงไปที่สิ่งที่เป็นข้อยกเว้นไม่ได้รับรับรองว่าเป็นฟรีดอม

เพราะฉะนั้นอะไรก็ตามที่สังคมไม่ได้ร่วมกันระบุว่า  เป็นสิ่งที่ไม่ได้รับความคุ้มครอง จะเป็นสิ่งที่สามารถทำได้ทั้งสิ้น  ไม่ใช่ว่าสังคมต้องระบุว่ามีฟรีดอมแล้วเราถึงจะมี คนไทยมักเข้าใจตามแบบหลัง. ซึ่งนั่นคือเราเข้าใจไอเดียนี้ผิด.

ฟรีดอมแตกต่างกับไอเดียเรื่อง อิสรภาพในภาษาไทย, ที่คนไทยทั่วไปตีความ, อิสรภาพเป็นไอเดียที่มีลักษะของไพรเวท คือพูดถึงอิสระของปัจเจกกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งโดยเฉพาะ.  แต่ฟรีดอมมีลักษณะยูนิเวอร์แซลคือเป็นภาวะที่ทุกคนในโลกถือครองร่วมกันโดยธรรมชาติ.  เสรีภาพ ในความเข้าใจของคนไทยก็มีลักษณะของไพรเวทแอพโพรชเหมือนอิสระ. และถูกเข้าใจว่าเป็นสิ่งที่ต้องแอคไควร์หรือต้องได้รับมาจากภายนอกไม่ได้เป็นสิ่งที่มีอยู่ตามธรรมชาติ.   และแน่นอน เสรีภาพ ในความเข้าใจของคนไทยไม่ใช่เรื่องเดียวกับฟรีดอมที่เป็นนิยามสากล

 

ไรท์ส Rights หมายถึงอะไร เหมือนหรือต่างจากคำว่า ‘สิทธิ’ ในสังคมไทยอย่างไร

นิยามของ หลักการเรื่อง ไรท์ส rights คือ

การที่ทุกคนมีความชอบธรรมที่จะมีอำนาจบางอย่าง และมีความชอบธรรมที่จะเข้าถึงปัจจัยที่ทุกคนจำเป็นต้องได้รับอย่างเสมอภาคเท่าเทียม

human rights

ไรท์ส นี้อาจจะ เป็น  ไรท์ส  ในฐานะมนุษย์ เช่น ฮิวแมนไรท์ส

หรือในฐานะสมาชิกโดยธรรมชาติซึ่งปฏิเสธไม่ได้ของกลุ่ม  เช่น ซิทิเซน ไรท์ส

ความแตกต่าง และปัญหาในการสื่อสารในภาษาไทย 

ปัจจุบัน เรามักใช้คำว่า สิทธิ แทนที่คำว่า rights ไรท์ส และ มักจะนำไปสู่ความเข้าใจผิด และการสื่อสารที่มีปัญหาบ่อยๆ  เพราะ  คนจำนวนมากมักแปลคำว่าสิทธิเข้ากับความหมายดั้งเดิมที่เคยใช้กันจริงๆ

เดิมคำว่า สิทธิ ในภาษาไทย มีนัยยะถึง  อำนาจที่ออโธริที / สถาบัน ที่เหนือกว่า มอบให้กับบุคคลเป็นคนๆ  หรือ การที่ปัจเจกบุคคล อ้างอำนาจครอบครองเหนือทรัพยากร (เช่นการบุกเบิกป่าแล้วอ้าง สิทธิ ) ตามที่ออโธริทิที่เหนือกว่าได้อนุญาต

ส่วน ไรทส์หมายถึง ความชอบธรรมอันพึงมี  ที่ ทุกคน ได้รับตามธรรมชาติหรือด้วยโซเชียลคอนแทรคท์ ที่ถือเสมือนว่าทุกคนได้ร่วมกันกำหนด

โดยสรุป สิทธิ ในความหมายดั้งเดิมของไทย  เป็นสิ่งที่ได้เฉพาะบุคคล มีนัยยะของการเลือกให้หรือไม่ให้ เป็นสิ่งที่ได้มาจากอำนาจของสถาบันที่เหนือกว่า  มีความหมายคล้ายกับอภิสิทธิ คนที่ได้มีสถานะเหนือกว่าคนที่ไม่ได้

ไรท์ส เป็นสิ่งที่ทุกคนมี ต้องได้รับ พึงได้รับ อย่างเท่าเทียมกัน อย่างเป็นกลุ่มก้อน ไม่เลือกหน้า  ในฐานะมนุษย์ ในฐานะสมาชิกร่วมกัน  เป็นสิ่งที่สะท้อนความจริงตามธรรมชาติ หรือ ข้อตกลงร่วมกันของคนทั้งสังคม

การออกเสียงในภาษาไทย  

ไร้ , ไร้(ซ)

ทางเลือกในการสะกด

ไรท์  (จะไปซ้ำกับไรท์ ที่แปลว่าขวา หรือ  เหมาะสม ชอบธรรม)
ไรท์ส   –  NPCT

เรฟเฟอเรนซ์สำหรับอ้างอิง

rights

Rights
see Right (disambiguation). Rights are legal, social, or ethical principles of freedom or entitlement; that is, rights are the fundamental normative

 

โพลิทิกส์ โปลิติกส์ politics หมายถึงอะไร ต่างจากคำว่า ‘การเมือง’ อย่างไร

คำว่า โพลิทิคส์ politics หมายถึง

  • การที่คนหรือกลุ่มคนตั้งแต่สองฝ่ายขึ้นไปที่มีความสนใจหรือใส่ใจในผลลัพธ์ทางสังคมที่ต่างกัน มีแวลลู่ที่ยึดถือที่ต่างกัน มีความคาดหวังผลลัพธ์เชิงอำนาจและเศรษฐกิจที่ต่างกันได้เข้ามาสู่กระบวนการต่อรองเพื่อจัดสรรอำนาจและบริหารจัดการทรัพยากรในระบบความสัมพันธ์เดียวกัน
  • กระบวนการแข่งขันต่อรอง,ของหลายฝ่าย,เพื่อสร้างกติกาการจัดการอำนาจในสังคม จัดสรรทรัพยากรในสังคมและวางกฎกติกาเพื่อใช้ร่วมกันในสังคมซึ่งเป็นสิ่งที่เห็นได้เป็นรูปธรรม รวมถึงการแข่งขันและต่อรองกันว่าอะไรคือ โพลิติคัล ไอดีโอโลจี หรือคุณค่าที่ใช้เป็นรากฐานในการสร้างกติกาทางสังคมซึ่งเป็นสิ่งที่จับต้องไม่ได้แต่เป็นปัจจัยขับเคลื่อนที่สำคัญในเชิงระบบ

มาจากคำว่า  politics

โพลิทิกส์ ความต่างกับคำว่า การเมือง
ความหมายของ โพลิติกส์ โพลิทิคส์ กับ การเมือง

ออกเสียง

โพ ลิ ติก , โพล-อิ -ติกซ์

ทางเลือกอื่นในการสะกด

โพลิติกส์ (ตามความนิยม) (ตามราชบัณฑิต)

ตัวอย่างข้อความ

โพลิทิกส์ มีความหมายกว้างกว่า ‘การเมือง’ ในภาษาไทย อย่างแน่นอน  อะไรก็ตามที่เกี่ยวกับการจัดสรรทรัพยากรสร้างกฎกติการจัดสรรอำนาจหรือตำแหน่งในการใช้อำนาจรวมถึงการหาข้อสรุปเพื่อบอกว่าเป้าหมายร่วมกันคืออะไร หรือแนวคิดอะไรที่ทุกคนเชื่อร่วมกัน ซึ่งทำหน้าที่เป็นกระดูกสันหลังของกติกาหรือข้อตกลงร่วมกันก็เป็นส่วนหนึ่งของโพลิทิกส์

การแปล โพลิทิกส์ ว่า การเมือง แล้วให้คำนิยามว่าหมายถึงการเมืองในความหมายแบบเมนสตรีมแล้วพยามสร้างภาพเชิงลบให้คำว่าการเมืองดูแย่ก็เหมือนการกันเอาคนส่วนใหญ่ออกไปจากกระบวนการแบ่งสรรปันส่วนอำนาจนั่นเอง

เลฟทิสท์ เลฟท์วิง

กลุ่มคนที่ต้องการให้สังคมเปลี่ยน หรือรับเอามาตรฐาน ที่มีลักษณ อินคลูซีฟมากขึ้น คือเน้นการยอมรับความหลากหลาย เน้นการให้โอกาสที่เท่าเทียม เน้นฮิวแมนไรท์ และ มีความเสมภาคทางเศรษฐกิจและสังคมมากขึ้น

ไพรมารี โวท

  • การเลือกแคนดิเดทของพรรคที่จะมาเป็นตัวแทนในการเลือกตั้งโดยการให้สมาชิกพรรคระดับพื้นฐานโหวตก่อน แทนที่จะมาจากการสรรหาของผู้บริหารพรรคเพียงอย่างเดียว

primary

primary vote